รถรับจ้างขนของ การเช็คน้ำมันเครื่องด้วยตัวเองอย่างถูกวิธี

admin - May 29, 2019 - news /

รถรับจ้างขนของ การเช็คน้ำมันเครื่องด้วยตัวเองอย่างถูกวิธี ก่อนที่เราจะขึ้นไปติดเครื่องและขับรถออกจากบ้านในแต่ละวันนั้น เราจะได้รับคำแนะนำให้ทำการตรวจสอบสภาพความพร้อมของรถให้ดีเสียก่อน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเมื่อขับออกไปแล้วจะไม่มีปัญหา

ซึ่งหนึ่งในสิ่งที่ต้องตรวจกันเป็นประจำก็คือ ระดับหรือปริมาณของน้ำมันเครื่อง ต้องให้มันมีปริมาณเพียงพอ รถที่น้ำมันเครื่องแห้งอาจเกิดความเสียหายถึงขั้นต้องยอกเครื่องใหม่ เพราะน้ำมันเครื่องเป็นตัวป้องกันไม่ให้ชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวของเครื่องยนต์เสียดสีกัน และยังช่วยในการระบายความร้อนด้วย ดังนั้นจึงต้องการตรวจสัดเป็นประจำ ซึ่งหลายๆ คนก็คงทำอยู่เสมอ แต่เชื่อไหมว่าวิธีการวัดส่วนมากทำผิด

วิธีการวัดน้ำมันเครื่องที่ถูกต้อง

1. การวัดจะต้องทำขณะเครื่องยนต์ร้อน คือมีอุณหภูมิสูงเหมือนตอนใช้งานจริง วิธีการก็คือ ติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้ประมาณ 3 นาที แล้วจึงวัด

2. การดูปริมาณหรือระดับน้ำมันจากเหล็กวัด ไม่ใช่ดูครั้งเดียว แต่เป็น 3 ครั้ง ครั้งแรกเช็ดเลยไม่ต้องดู ให้ดูครั้งสองและสาม เพื่อให้แน่ใจว่าปริมาณน้ำมันอยู่ในระ
3. ดับไหนกันแน่
ให้สังเกตดูลักษณะความหนืดและสีของน้ำมันเครื่อง หากความหนืดต่ำ และมีสีเข้ม แสดงว่าน้ำมันเครื่องของเราเสื่อมคุณภาพ รีบตรวจดูระยะทางที่เราใช้งานไป อาจจะได้เวลาที่ต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องใหม่แล้ว

นี่เป็นวิธีการตรวจสอบน้ำมันเครื่องที่ถูกต้อง และอีกอย่างที่ต้องทำความเข้าใจก็คือ การเลือกใช้น้ำมันเครื่องให้เหมาะสมกับชนิดของเครื่องยนต์และภาระที่เครื่องยนต์ต้องทำงาน ต้องเลือกให้ตรงชนิดเท่านั้น จึงจะมีประสิทธิภาพสูงสุด

ข้อที่ควรทราบก่อนเลือกซื้อน้ำมันเครื่อง

ในการใช้งานรถคันหนึ่ง สิ่งที่ต้องเปลี่ยนบ่อยที่สุดคือ น้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์และเป็นสิ่งที่หลายคนอาจไม่ใส่ใจ ซึ่งจะส่งผลต่อการใช้งานรถในระยะยาว โดยหน้าที่หลักของน้ำมันหล่อลื่น คือการเคลือบชิ้นส่วนโลหะในเครื่องยนต์ ช่วยลดการสัมผัสกันของชิ้นส่วนโลหะ ช่วยระบายความร้อนของชิ้นส่วนต่างๆ อีกทั้งยังป้องกันสนิมและการกัดกร่อน และทำความสะอาดชิ้นส่วนเครื่องยนต์ เป็นส่วนสำคัญมากที่ต้องใส่ใจ สำหรับการเลือกซื้อน้ำมันเครื่องนั้น ข้อควรทราบก่อนการเลือกซื้อมีดังนี้

1. ชนิดของน้ำมันเครื่อง ซึ่งจะมีผลกับอายุการใช้งานของน้ำมันเครื่อง โดยข้อแตกต่างของน้ำมันเครื่องทั้งสามชนิดนี้ ก็คือโครงสร้างของโมเลกุลในตัวน้ำมันพื้นฐาน (base oil: วัตถุดิบหลักในการผลิตน้ำมันเครื่อง) ที่มีการยึดเกาะตัวกัน ส่วนใหญ่จะแบ่งเป็น 3 ชนิด

1.1 น้ำมันเครื่องชนิดธรรมดา

1.2 น้ำมันเครื่องชนิดกึ่งสังเคราะห์

1.3 น้ำมันเครื่องสังเคราะห์

2. เกรดคุณภาพของน้ำมันเครื่องตามมาตรฐานกลางรับรองโดยสถาบันปิโตรเลียมอเมริกัน API (American Petroleum Institute) ใช้ระบุประเภทของเครื่องยนต์ และสมรรถนะในการปกป้องชื้นส่วนของเครื่องยนต์โดยเลือกจากเกรดคุณภาพที่เกิดจากการทดสอบคุณสมบัติด้านต่างๆ ของน้ำมันเครื่องหลักๆ 2 ด้าน คือ ผลการทดสอบทางห้องปฏิบัติการ (Laboratory test) และผลการทดสอบทางเครื่องยนต์ (Engine test) ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพและประสิทธิภาพเกือบทุกด้านของน้ำมันเครื่อง

3. เกรดความหนืดของน้ำมันเครื่องตามมาตรฐานของ สมาคมวิศวกรรมยานยนต์ SAE (Society of Automotive Engineer) ใช้ระบุความหนืด (ความข้นใส) ของน้ำมันเครื่องค่ายิ่งมาก แสดงถึงความหนืดมาก ซึ่งความหนืดของน้ำมันเครื่องจะเกี่ยวข้องกับการสร้างชั้นฟิล์ม เคลือบ ชิ้นส่วนเครื่องยนต์ และอัตราการไหลเวียนในระบบ

การเลือกซื้อน้ำมันเครื่อง เพื่อใช้งาน ควรทราบคุณสมบัติต่างๆ ของน้ำมันและเครื่องยนต์ที่ใช้งาน ซึ่งน้ำมันเครื่องนั้นมีหลากหลายรุ่น หลากหลายชนิด การปรึกษาช่างผู้เชี่ยวชาญก็เป็นอีกทางเลือกที่ดีเช่นกัน